
Grey Line คืออะไร?
Grey Line (เกรย์ไลน์) หรือที่เรียกกันว่า “เส้นกั้นวันและคืน” (Terminator Line) คือแนวเส้นรอบโลกที่แบ่งแตกระหว่างฝั่งที่เป็นกลางวันและฝั่งที่เป็นกลางคืน ช่วงเวลานี้จะเกิดขึ้นวันละ 2 ครั้ง คือช่วง พระอาทิตย์ขึ้น (Sunrise) และ พระอาทิตย์ตก (Sunset)
กลไกการทำงาน (วิทยาศาสตร์เบื้องหลังภาพนี้)
เพื่อให้เข้าใจง่าย ต้องดูที่ชั้นบรรยากาศที่ระบุในภาพครับ:
- ฝั่งกลางวัน (Day – ขวามือของภาพ):
- ดวงอาทิตย์ส่องแสงแรง ทำให้เกิดชั้นบรรยากาศ D Layer (ชั้นล่างสุด)
- ชั้น D Layer นี้มีคุณสมบัติ “ดูดซับ” สัญญาณวิทยุ ทำให้คลื่นวิทยุความถี่ต่ำ (HF) เดินทางไปได้ไม่ไกลนักในตอนกลางวัน
- ฝั่งกลางคืน (Night – ซ้ายมือของภาพ):
- เมื่อไม่มีแสงอาทิตย์ ชั้น D Layer จะสลายตัวไปอย่างรวดเร็ว เหลือแต่ชั้น F Layer (ชั้นที่สูงกว่า)
- ชั้น F Layer นี้เปรียบเสมือน “กระจกเงา” ที่ช่วยสะท้อนคลื่นวิทยุให้กระดอนกลับลงมายังพื้นโลก ทำให้ส่งสัญญาณได้ไกลขึ้น
- ช่องว่างมหัศจรรย์ที่เส้น Grey Line (ตรงกลางภาพ):
- นี่คือจุดสำคัญ! ณ ช่วงเวลาโพล้เพล้ (เส้นสีชมพูในภาพ) ชั้น D Layer ที่คอยดูดซับสัญญาณจะจางหายไป ก่อน ที่ชั้น F Layer จะคลายประจุ (De-ionization)
- ผลลัพธ์คือ: “ท่อส่งสัญญาณธรรมชาติ” สัญญาณวิทยุจะเดินทางเลาะไปตามเส้นขอบฟ้านี้ โดยไม่ถูกดูดซับโดยชั้น D แต่ยังคงถูกสะท้อนโดยชั้น F ได้ดีเยี่ยม
ทำไมถึงสำคัญกับนักวิทยุสมัครเล่น?
การแพร่กระจายคลื่นแบบ Grey Line ช่วยให้นักวิทยุสมัครเล่นสามารถ:
- ติดต่อได้ไกลมาก: สัญญาณสามารถเดินทางอ้อมโลกไปได้ไกลผิดปกติ โดยเฉพาะในย่านความถี่ต่ำ (เช่น 160m, 80m, และ 40m)
- ติดต่อข้ามซีกโลก: คุณอาจติดต่อกับสถานีที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของโลกได้ง่ายขึ้นในช่วงเวลานี้ (เช่น ไทยติดต่อกับอเมริกาหรือยุโรปได้ชัดเจนขึ้น)
- ใช้กำลังส่งน้อยแต่ได้ผลมาก: เพราะสัญญาณมีการสูญเสียน้อยที่สุดเมื่อเดินทางผ่านเส้นทางนี้
สรุป
Grey Line Propagation คือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นสั้นๆ ประมาณ 45-60 นาที ช่วงเช้ามืดและหัวค่ำ ที่ชั้นบรรยากาศเอื้ออำนวยให้คลื่นวิทยุเดินทางได้ไกลที่สุดและชัดเจนที่สุด เปรียบเสมือนทางด่วนพิเศษสำหรับนักวิทยุสมัครเล่นนั่นเองครับ